Disease

Home > Disease

Dashboard

รายงานโรค

โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์  “ไวรัสนิปาห์”  รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ยืนยันพบเชื้อ 2 รายเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ส่วน 3 รายไม่เข้าข่าย ความเสี่ยงมาไทยยังต่ำเทียบสีเหลืองอ่อน ขณะที่ตรวจค้างคาวแม่ไก่ในไทยพบเชื้อกว่า 10%  เป็นสายพันธุ์จากบังคลาเทศอัตราเสียชีวิตสูงถึง 70% แต่ยังไม่ติดจากสัตว์สู่คน nipah-virus-outbreak-2026-global-alert-updates-jpg-1400x800 (1) 

โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ คือ เชื้อไวรัสอุบัติใหม่ที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ซึ่งก่อให้เกิดอาการสมองอักเสบและทางเดินหายใจเฉียบพลัน รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๑
ระหว่างการระบาดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2542 มีรายงานการระบาดในสาธารณรัฐสิงคโปร์หลังจากการนำเข้าสุกรป่วยจากมาเลเซีย ไม่มีรายงานการระบาดใหม่ในมาเลเซียหรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ 2542 เป็นต้นมา ในปี พ.ศ. 2544 ตรวจพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์สาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ในสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ มีรายงานการระบาดเกือบทุกปีนับตั้งแต่นั้นมาในปี พ.ศ. 2557 มีรายงานการระบาดในประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่นั้นมา ในสาธารณรัฐอินเดีย มีรายงานการระบาดเป็นระยะในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงการระบาดครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2569

เชื้อ : เกิดจากการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งเป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ (Ribonucleic acid: RNA) ในตระกูล Paramyxoviridae สกุล Henipavirus ที่มีพาหะสำคัญตามธรรมชาติ

แหล่งรังโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน : ค้างคาวกินผลไม้ วงศ์ Pteropodidae เช่น ค้างคาวแม่ไก่  พาหะนำโรคอื่น ๆ เช่น สุกร ม้า เป็นต้น

ช่องทางการติดต่อ

 - สัตว์สู่คน : การสัมผัสมูลสัตว์และสารคัดหลั่งอย่างน้ำลาย ปัสสาวะ เลือดของสัตว์พาหะนำโรคที่ติดเชื้อ คือค้างคาวกินผลไม้ และสัตว์พาหะนำโรคอื่น ๆ เช่น สุกร ม้า รวมทั้งการรับประทาน น้ำอินทผลัมสด หรือน้ำตาลสดที่มีรอยกัดหรือแทะของค้างคาว หรือมีคราบของน้ำลายค้างคาวติดอยู่

ระยะฟักตัว : 4-14 วัน (ในบางกรณีอาจนานถึง 45 วัน)

อาการ (คน)

- อาการระยะแรก: ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน คล้ายไข้หวัดใหญ่

- อาการรุนแรง : เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สับสน ง่วงซึม หายใจลำบาก หอบเหนื่อย อาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

การรักษา : ยังไม่มีการรักษาเฉพาะทาง เป็นการรักษาตามอาการ

วัคซีน : ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะทาง

 

สถานการณ์การณ์การติดเชื้อ ล่าสุด ณ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569

  • ต่างประเทศ: พบการระบาดเป็นวงจำกัดใน รัฐเกรละและรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย พบผู้เสียชีวิต ๒ ราย และเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และใน บังกลาเทศ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย
  • ประเทศไทย: ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

แหล่งอ้างอิง

  1. org เจาะลึกระบบสุขภาพ. อัปเดต “ไวรัสนิปาห์” ตปท. ส่วนไทยไร้ผู้ป่วย ส่วน “ฝีดาษวานร” ป่วยสะสม 25 ราย เสียชีวิต 1 ราย [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑2 มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/2026/02/37171
  2. RAMA CHANNEL. ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร ? รู้จักโรคอุบัติใหม่ที่อันตรายถึงชีวิต [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article
  3. World Health Organization. ไวรัสนิปาห์ [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/nipah-virus

 

 

รายงานการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์

รายงานการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา

แนวโน้มการเกิดโรค

แนวทางมาตรการ

สื่อประชาสัมพันธ์

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ศูนย์รวมข้อมูลโรคติดต่อ แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
บันทึกการตั้งค่า